Current time in Vietnam:
ภาษาไทย

ทุเรียน เบ๊นแตร ไหมคะ?

พูดถึงทุเรียน คนไทยจะนึกถึงจันทบุรี งั้นมาเวียดนามหาทุเรียนที่ไหนนะ ขอตอบว่าที่เบ๊นแตรค่ะ เมืองจันฯ ของเวียดนาม

เบ๊นแตร (Bến Tre) หนึ่งจังหวัดที่มี 3 เกาะเล็กรวมกัน เพราะ อยู่ข้างๆ ก็เลยได้รับความเอื้ออำนวยจากแม่น้ำโขง หรือในเวียดนามมีอีกชื่อว่าแม่น้ำเก้ามังกร (Sông Cửu Long ซง กิ๋ว ลอง – แม่น้ำโขงเมื่อเข้าพื้นที่ของดินแดนเวียดนามก็จากสายใหญ่แยกเป็นสองสายหลัก และจากสองสายนั้นก็แยกอีกครั้งหนึ่งเป็นเก้าสายเล็ก ออกสู่ทะเล คนเวียดนามจึงเรียกว่าแม่น้ำเก้ามังกรค่ะ) ทำให้ที่ดินที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก เหมาะสำหรับการปลูกผลไม้เขตร้อนชื้นนาๆ ชนิด ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เบ๊นแตรได้รู้จักด้วยชื่อว่า ดินแดนแห่งมะพร้าว ที่นี่เต็มไปด้วยป่ามะพร้าวที่กว้างไกลสุดหูสุดตา มะพร้าวเวียดนาม มะพร้าวพันธุ์เล็กหวาน มะพร้าวน้ำหอมพันธุ์ไทย…

ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว

มากกว่า 10 ปีที่แล้ว เบ๊นแตรเริ่มมีผลไม้ชนิดอื่นๆ ทำให้ทุกคนตื่นเต้นสนใจ นั่นคือส้มโอเปลือกเขียวใส้แดงหอมหวานนำเปรี้ยว นั่นคือลำใยพื้นเมืองหอมหวานน้ำผึ้ง นั่นคือส้มเช้งเวียดนามสีสดน้ำเต็ม นั่นคือเงาะลำไยลูกเล็กขนสั้นกรอบอร่อย คือเงาะโรงเรียนพันธุ์ไทยหวานสุดใจ…

และช่วงเร็วๆ นี้ ทุกคนรู้จักเบ๊นแตรด้วยอีกชื่อหนึ่ง โลกแห่งสวนทุเรียน

ปัจจุบัน มาถึงเบ๊นแตร นอกจากมะพร้าว เราจะเห็นสวนทุเรียนจำนวนมากหลาย โดยเฉพาะสองข้างของถนนเล็กๆ ของอำเภอเจอะลัด (Chợ Lách) และ เจาถั่นห์ (Châu Thành) พื้นที่เพาะปลูกทุเรียนของเบ๊นแตรทั้งหมดมี 3,500 เฮกตาร์ สวนทุเรียนที่นี่แต่ละสวนไม่ใหญ่มาก ประมาณ 3-6 เฮกตาร์ (1 เฮกตาร์ประมาณ 6 ไร่) ชาวสวนที่นี่ปลูกทุนเรียนแต่ละต้นห่างกันประมาณ 8-10 เมตร รอบๆ ต้นจะเป็นครองหรือช่องบังคับน้ำเข้าออกและเก็บปุ๋ย ส่วนใหญ่ตั้งแต่ปีที่ 5 ที่ปลูก ชาวสวนที่นี่ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลได้แล้ว

ชาวนาชาวสวนเบ๊นแตรด้วนนิสัยขยันหมั่นเพียร ทุกวันดูแลสวนทุเรียนของตนเองอย่างไม่เคนล่าช้า เมื่อไรใส่ปุ๋ย เมื่อไรตัดใบ เมื่อไรพ่นยาป้องกันแมลงให้ใบไม้ เมื่อไรทายารักษาแพลยางให้ลำต้น เมื่อไรคัดเลือกลูกเล็กไม่สวย ต้องจำและปฎิบัติอย่างดีที่สุด ดูสวนทุเรียนเหมือนเพื่อนสนิท ต้นทุเรียนแต่ละต้นก็เหมือนลูกแท้ของตนเอง ตั้งแต่เวลาดอกบานถึงเวลาเก็บเกี่ยว นับได้ว่ามากกว่า 3 เดือน หลังจาก 95-100 วันด้วยความทุ่มเทดูแลรักษา ผลสำเร็จคือลูกทุเรียนเต้มต้นที่สวย กลม อร่อย ทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งมัน ลูกเล็กประมาณ 2-3 กิโล ลูกใหญ่ 5-7 กิโล

พันธุ์ทุเรียนที่ได้ปลูกที่นี่มีหลากหลายมากมาย แต่มากที่สุดก็เป็นพันธุ์ Ri 6 (รีหก) – ต้นพันธุ์ Ri 6 นี้เดิมมาจากสวนทุเรียนของชาวสวนคนหนึ่งชื่อ เซ้า รี ( Sáu Ri) (อยู่ที่จังหวัด หวินห์ลอง (Vĩnh Long) อีกหนึ่งจังหวัดของดินแดนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงของเวียดนาม) หลังจากหลายปีของการเพาะปลูกทุเรียน ลุงเซ้ารีก็เพาะได้พันธุ์นี้ Ri6 มีคุณลักษณะพิเศษคือ เนื้อหอมพิเศษ แน่น แห้ง เหลืองสวย เม็ดเล็ก หวานกลาง มันนิดๆ เป็นพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อโรคหรือแมลงต่างๆ ได้ดี ผลผลิตลูกละประมาณ 4-5 กิโล สูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองต่างต่างเช่น ทุเรียนบี๊ (Bí) จ่วงบ่อ ( Chuồng Bò) หรือ โขวา (Khổ Qua)

ทุเรียน Ri 6 เวียดนาม

ทุเรียน Ri 6 เวียดนาม

นอกจากนั้น ไม่นานมานี้ ชาวสวนเริ่มรู้จักทุเรียนอีกหนึ่งพันธุ์ที่นำเข้าจากประเทศไทย ทุกคนเรียกว่าทุเรียนไทย จริงๆ คือหมินทองนั้นแหละค่ะ ชาวสวนที่นี่เปิดเผยว่า ปลูกทุเรียนแถวนี้ ถ้าดูแลดีๆ ไม่มีโรคอะไรหนักตลอดฤดู ปีนึงผลผลิตสามารถได้ถึง 20 ตัน/เฮกตาร์นะคะ

มีโอกาส ขอเชิญคุณมาเยี่ยมเบ๊นแตร พื้นที่เต็มไปด้วยดินตะกอนที่เหมาะสมสำหรับผลไม้เขตร้อนชื้นแห่งนี้ ช่วงเวลาที่มีผลไม้ทั้งอร่อยทั้งหลากหลายทั้งราคาถูกคือเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ราคาทุเรียนที่สวนประมาณ 40,000- 60,000 ด่อง (57-90 บาท) บางสวนเก็บแค่ 139,000ด่อง (ประมาณ 200 บาท) ก็สามารถกินทุเรียนเต็มที่ค่ะ

ถ้าสองเดือนนี้คุณมาไม่ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ เพราะว่าตอนนี้สวนผลไม้ที่นี่สามารถทำให้ผลไม้ออกนอกฤดูอยู่แล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลไม่ได้ทานผลไม้ที่ไร้คุณภาพนะคะ อร่อยเช่นกันค่ะ เพียงแต่ราคาแพงกว่าฤดูกาลนิดๆ แต่รับรองถูกว่าราคาตลาดนะคะ เพราะเราทานที่สวนปลูกไง..

ข้างล่างนี้เป็นสวนผลไม้ที่แนะนำนะคะ คนเขียนเคยมาที่นี่แล้วค่ะ ผลไม้อร่อย ราคาย่อมเยาว์ เจ้าของใจดีน่ารักทุกคน

สวนผลไม้ฮายลั้ว (Vườn Trái Cây Hai Lúa)

สวนผลไม้ฮายลั้ว (Vườn Trái Cây Hai Lúa)

สวนผลไม้ฮายลั้ว (Hai Lúa) มีผลไม้หลัก 3 อย่าง คือทุเรียน ส้มโอ และเงาะ ยินดีต้อนรับลูกค้าตลอดปี นอกนั้นยังมีอาหารพื้นเมืองรอคอยคุณมาสัมผัส ทุเรียนที่นี่กิดลละประมาณ 50,000-60,000ด่อง (70-90 บาท) ถ้าเป็นนอกฤดูอาจแพงกว่านิดๆ แต่รับรองอร่อยนะคะ เงาะโรงเรียน ส้มโอเปลือกเขียวใส้แดงก็อร่อยไม่แพ้

ถึงเบ๊นแตร คุณก็ไม่ต้องกังวลเรื่องที่พักนะคะ โรงแรม เกสต์เฮาส์ หลายระดับกำลังรออยู่ ขอแนะนำหนึ่งแห่งที่คุณภาพดี วิวสวย อาหารเช้าอร่อยค่ะ มีสระว่ายน้ำพร้อม อยู่ริมแม่น้ำโขงด้วย

Ben Tre Riverside Resort

Ben Tre Riverside Resort

นอกจากเที่ยวสวนทุเรียน ที่นี่ยังมีโปรแกรมท่องเที่ยวให้ท่านเลือก นั่นคือนั่งเรือเที่ยวเกาะต่างๆ ในแม่น้ำโขง ฟังดนตรีพื้นเมือง ศึกษาวิถีชีวิตของเจ้าบ้านที่นี่ด้วยค่ะ

ห่างจากนครโฮจิมินห์แค่  100 กม. หากคุณอยากหนีบรรยากาศที่วุ่นวายเสียงดังโดยชั่วคราว อยากหายใจในอากาสอันบริสุทธิ์ เบ๊นแตรยินดีต้อนรับนะ J

YOU MIGHT BE INTERESTED

ท่านจะมาไซ่ง่อน? แต่ในใจยังไม่ทราบว่า ปีนี้มาไซ่ง่อนควรไปเที่ยวไหน? เชิญตามเราเลยค่ะ! ไปรษณีย์กลางไซง่อน ที่ทำการไปรษณีย์ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกที่เก่าแก่ยาวนาน 127 ปีในโฮจิมินห์ซิตีแห่งนี้จะทำให้คุณประทับใจมาก แม้ว่าสีของผนังด้านนอกจะเปลี่ยนบ่อย แต่การตกแต่งภายในยังคงงดงามเหมือนเดิม: โดมโค้งแบบคลาสสิก แผนที่วาดด้วยมือและตู้โทรศัพท์เก่า… นอกจากนี้ ของที่ระลึกเกี่ยวกับเมืองไซ่ง่อนที่ท่านสามารถนึกถึงก็จะเห็นอย่างง่ายดายที่นี่ มั่นใจซื้อเลยนะเพราะคุณภาพของสินค้าที่นี่คือสามารถรับประกันค่ะ อย่าลืมซื้อโปสการ์ดฝากเพื่อนนะ อวดเขาว่า เรามาถึงไซ่ง่อนแล้วอะ ราคาโปสการ์ดใบละ 5000 ด่อง และแสตมป์ส่งไปไทย 11000 ด่อง (รวมกันไม่ถึง 1 ดอลล่าร์เลย) อย่าลืมถ่ายรูปสองจุดนะ ด้านนอกเห็นทั้งตึก ด้านในถ่ายกับโค้งและลุงโฮ …

หนังสืออนุมัติวีซ่าคือหนังสือที่ได้รับการอนุมัติ ลงนาม และประทับตราแดงโดยกรมตรวจคนเข้าเมืองเวียดนาม (รัฐบาลเวียดนาม) แล้ว เพื่ออนุญาตให้ท่านขึ้นเครื่องและรับวีซ่า On Arrival ของท่านได้ที่สนามบินนานาชาติของเวียดนามทั้ง 4 แห่ง – โดยทั่วไปแล้วจะมีการยื่นขอวีซ่าพร้อมกันหลายคนหรือสูงสุด 30 คนรวมกัน และชื่อของผู้ยื่นขอวีซ่าทั้งหมดจะได้รับการพิมพ์ออกมาบนหนังสือหนึ่งฉบับ หนังสือประเภทนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

ท่านสามารถใช้หนังสืออนุมัติวีซ่าเพื่อรับวีซ่าเวียดนามได้ที่สนามบินนานาชาติ 1 ใน 4 แห่งของเวียดนามดังต่อไปนี้ สนามบินนานาชาตินอยไบ (กรุงฮานอย) สนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (โฮจิมินห์ซิตี้) สนามบินนานาชาติกามรัญ (เมืองญาจาง) และสนามบินนานาชาติดานัง (เมืองดานัง) เมื่อเดินทางถึงสนามบินนานาชาติที่เวียดนาม: สนามบินนานาชาตินอยไบ (ในกรุงฮานอย) สนามบินนานาชาติเตินเซินเญิ้ต (ในโฮจิมินห์ซิตี้) สนามบินนานาชาติดานัง (ในเมืองดานัง) หรือสนามบินนานาชาติกามรัญ (ในเมืองญาจาง) ท่านจะเห็นสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นจุดที่ออกวีซ่า On Arrival สำนักงานออกวีซ่าตั้งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ควบคุมหนังสือเดินทาง ดังรูปด้านล่าง:

สัญชาติไทยไม่ต้องขอวีซ่าเวียดนามหากพำนักน้อยกว่า 30 วัน สัญชาติไทยต้องขอวีซ่าในกรณีที่อยู่ในเวียดนามเกิน 30 วัน ผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศเวียดนาม ยกเว้นสัญชาติของประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าหากพำนักในระยะเวลาสั้น ต้องยื่นขอวีซ่าก่อนเดินทางเข้าประเทศเวียดนาม กรุณาดู รายชื่อประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยว สำหรับการพำนักในระยะสั้น ขอวีซ่าเวียดนามจากประเทศไทยอย่างไร? มี 2 วิธีด้วยกันสำหรับการขอวีซ่าเวียดนาม: 1/ ขอ e-VISA หรือวีซ่า On Arrival ที่สนามบินนานาชาติเวียดนามด้วยการจัดการโดยบริษัทนำเที่ยวในเวียดนาม หรือ 2/ ยื่นขอวีซ่าที่สถานทูตเวียดนามในกรุงเทพฯ

เนื่องจากเป็นพลเมืองของประเทศในสมาชิกอาเซียน (ASEAN) สัญชาติไทยสามารถพำนักในเวียดนามได้ 30 วันโดยไม่ต้องมีวีซ่า หากต้องการพำนักเป็นระยะเวลานานกว่า 30 วัน ต้องยื่นขอวีซ่าในการเข้าประเทศเวียดนาม พลเมืองประเทศอื่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทย กรุณาอ่าน “รายชื่อประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่าเวียดนาม ” เพื่อให้ทราบว่าท่านต้องมีวีซ่าก่อนเดินทางเข้าเวียดนามหรือไม่ ผู้เดินทางที่ต้องการขอวีซ่าเวียดนาม ด้านล่างเป็นวิธีการยื่นขอวีซ่าเวียดนาม

เนื่องจากประเทศไทยมีสถานทูตเวียดนาม ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร ทำให้การขอวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางมายังเวียดนามเป็นเรื่องง่ายโดยการเดินทางไปยังที่ตั้งสถานทูตและยื่นขอวีซ่าที่นั่น สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปสถานทูตเวียดนามเพื่อยื่นวีซ่า ต้องนำหนังสือเดินทางฉบับจริง รูปภาพขนาดเดียวกับรูปภาพในหนังสือเดินทาง และแบบฟอร์มยื่นขอวีซ่าที่กรอกและลงนามแล้ว พร้อมทั้งเงินค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่า ระยะเวลาดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 5 วันทำการ

สำหรับการยื่นขอแบบปกติทั่วไปเราจะส่งหนังสืออนุมัติวีซ่าภายใน 1-2 วันทำการ สำหรับวีซ่าเร่งด่วน เราจะทำงานภายในเวลาที่กำหนดเพื่อให้ได้หนังสืออนุมัติวีซ่าทางอีเมล เราส่งหนังสืออนุมัติวีซ่าก่อนกำหนดเวลาเวลาเสมอ ในกรณีที่ท่านต้องการติดตามคำสั่งขอวีซ่าของท่าน กรุณาส่งอีเมลมาหาเราที่ https://www.vietnamimmigration.com/ และเราจะตอบกลับในเวลาอันสั้น

– โดย Paypal: หากท่านเป็นสมาชิกของ PayPal อยู่แล้ว เพียงแค่ลงชื่อเข้าระบบและชำระเงิน นอกจากนี้ท่านยังสามารถชำระผ่านทางบัตร Visa, Master, Discovery และ Amex ผ่าน PayPal ได้ – โดยบัตร (Visa, Master, JCB หรือ Amex) ผ่านทางเกตเวย์ชำระเงินที่เรียกว่า OnePay เพียงแค่ให้ข้อมูลบัตรและที่อยู่ของท่านในการชำระเงิน ในบางกรณี ท่านอาจต้องให้โทเค็น ID เพื่อดำเนินการชำระเงินให้เสร็จสมบูรณ์ – โดยโอนผ่านธนาคาร: เราะส่งรายละเอียดของธนาคารสำหรับการชำระเงินให้ท่านทางอีเมล …

โปรดอย่ากังวลหากท่านมีเหตุให้ต้องแก้ไขการยื่นวีซ่าของท่านให้ถูกต้องหรือต้องเปลี่ยนกำหนดการเดินทางเข้าเวียดนามใหม่ ตอนนี้ ผู้ยื่นขอวีซ่าเวียดนามที่ต้องการแก้ไขข้อมูลวีซ่าให้ถูกต้องสามารถติดต่อเราผ่านทางอีเมลและแจ้งให้เราแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้ อีเมลของเราคือ https://www.vietnamimmigration.com/ ขั้นตอนมีดังนี้: – หลังชำระเงิน ท่านจะได้รับการยืนยันคำสั่งยื่นขอวีซ่าทางอีเมล หากท่านพบข้อผิดพลาด เพียงแค่ตอบกลับอีเมลดังกล่าวหรือส่งอีเมลมาที่ https://www.vietnamimmigration.com/ เพื่อขอให้มีการแก้ไข เราจะอัปเดทและแก้ไขการยื่นขอวีซ่าของท่านตามที่ท่านร้องขอ – ภายหลังได้รับหนังสืออนุมัติวีซ่า จากเราทางอีเมลและพบข้อผิดพลาดในหนังสือดังกล่าว กรุณาส่งอีเมลหาเราในทันทีและแจ้งให้มีการแก้ไข เราจะดำเนินการแก้ไขดังกล่าว –  หลังจากรับวีซ่า On Arrival ของท่านที่สนามบิน กรุณาตรวจสอบอย่างรอบคอบและแจ้งให้มีการแก้ไขในทันทีหากพบข้อผิดพลาด ท่านจะไม่มีโอกาสแก้ไขหลังจากที่ท่านออกจากบริเวณควบคุมหนังสือเดินทางแล้ว

Visit this link on mobile
Only from 6 USD/pp
Risky Free:
We charge service fee when your visa application is processed successfully.
Hassle-Free:
No passport send-off. No embassy queuing.
Fast:
Within 48 hours processing time.
Accessible:
100% online. Send and receive by email.
APPLY FOR VISA ON ARRIVAL VIETNAM
VietnamImmigration.com is a commercial website providing service for visa Vietnam and charge service fee. We are neither government website nor affiliated with embassy therefore our fee is higher than official fee from government.